• ราคาหลักทรัพย์
  • ข้อมูลทางการเงิน
  • ข้อมูลสำหรับผู้ถือหุ้น
  • ข้อมูลที่สำคัญ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • การกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • EN

    การกำกับดูแลกิจการ

    สารจากประธานกรรมการบริษัท
    ปี 2560 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าภาพรวมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการ ชะลอตัว ทั้งยังมีหนี้ภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงและสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร จึงทำให้สถาบันการเงินระมัดระวัง ในเรื่องการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ต่อเนื่องจากปี 2559 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการวางแผนในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ ในการขาย เพื่อรองรับกับสถานการณ์ของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
    ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาเฉพาะอาคารชุดพักอาศัยจึงทำให้พอร์ตของอาคารชุดพักอาศัยมีมากว่า 95% ซึ่งการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัยจะใช้เวลาโดยประมาณ 2-3 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งกว่าทางบริษัทจะสามารถรับรู้รายได้ จึงทำให้บริษัทประสบภาวะขาดทุนโดยในปี 2558 ขาดทุนสุทธิจำนวน 93.67 ล้านบาท ปี 2559 ขาดทุนสุทธิจำนวน 82.52 ล้านบาท และ ปี 2560 ขาดทุนสุทธิจำนวน 282.63 ล้านบาท และปี 2558 ขาดทุนสุทธิจำนวน 93.67 ล้านบาท ตามลำดับ อย่างไรก็ตามภายในไตรมาส 3 ของปี 2561 ตามแผนงานของบริษัทคาดว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการเดอะ โพลิแทน บรีซ และจะสามารถรับรู้รายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท นอกจากนั้นแล้วในส่วนทางโครงการจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการ เดอะ โพลิแทน รีฟ คาดว่าจะสามารถเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่ลูกค้าได้ภายในไตรมาส 4 ของปี 2561 คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้จากโครงการซึ่งมีมูลค่าประมาณ 6,000 บาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นคอนโดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นทำเลที่หาได้ยาก นอกจากนั้นแล้วบริษัทยังมีแผนงานที่จะพัฒนาโครงการทาง ด้านแนวราบเพิ่มเติมในส่วนของ บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ “เอเวอร์ ซิตี้” เพื่อเสริมสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
    ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาเฉพาะอาคารชุดพักอาศัยจึงทำให้พอร์ตของอาคารชุดพักอาศัยมีมากว่า 95% ซึ่งการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัยจะใช้เวลาโดยประมาณ 2-3 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งกว่าทางบริษัทจะสามารถรับรู้รายได้ จึงทำให้บริษัทประสบภาวะขาดทุนโดยในปี 2558 ขาดทุนสุทธิจำนวน 93.67 ล้านบาท ปี 2559 ขาดทุนสุทธิจำนวน 82.52 ล้านบาท และ ปี 2560 ขาดทุนสุทธิจำนวน 282.63 ล้านบาท และปี 2558 ขาดทุนสุทธิจำนวน 93.67 ล้านบาท ตามลำดับ อย่างไรก็ตามภายในไตรมาส 3 ของปี 2561 ตามแผนงานของบริษัทคาดว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการเดอะ โพลิแทน บรีซ และจะสามารถรับรู้รายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท นอกจากนั้นแล้วในส่วนทางโครงการจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการ เดอะ โพลิแทน รีฟ คาดว่าจะสามารถเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่ลูกค้าได้ภายในไตรมาส 4 ของปี 2561 คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้จากโครงการซึ่งมีมูลค่าประมาณ 6,000 บาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นคอนโดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นทำเลที่หาได้ยาก นอกจากนั้นแล้วบริษัทยังมีแผนงานที่จะพัฒนาโครงการทาง ด้านแนวราบเพิ่มเติมในส่วนของ บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ “เอเวอร์ ซิตี้” เพื่อเสริมสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
    ในปี 2561 บริษัทมีนโยบายและแผนการดำเนินงานในด้านพัฒนาธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการศึกษา วิเคราะห์ ถึงความต้องการการลงในด้านอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนบสูงและแนบราบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาในธุรกิจ ด้านอสังหาริมทรัพย์ต่อไป
    บริษัทขอขอบคุณ คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร พนักงานทุกท่าน ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ตลอดจนสถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯด้วยดี รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่ได้ให้การสนับสนุนและไว้ว่างใจต่อการดำเนินงานของบริษัทด้วยเสมอมา โดยบริษัทจะยังคงพัฒนาการดำเนินงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น การตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
    ( นายสวิจักร์ โลจายะ)
    ประธานกรรมการบริษัท
    นโยบายและภาพรวมการประกอบธุรกิจ
    1. วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายและนโยบายในการดำเนินธุรกิจ
    บริษัทมีเป้าหมายที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตและความสุขอย่างยั่งยืนของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งยังให้ความสำคัญทางด้านการบริการที่เน้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของลูกค้า บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการที่พักอาศัยประเภท บ้านเดี่ยว และอาคารชุดพักอาศัย ที่มีความโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเน้นทำเลที่ตั้งเป็นสำคัญ โดยที่ตั้งต้องอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สถานที่ราชการ สะดวกในการเดินทางโดยรถไฟฟ้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
    เป้าหมายและนโยบายในการดำเนินธุรกิจ
    บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้บริหารมีนโยบายในการพัฒนาบ้านเดี่ยว และอาคารชุดพักอาศัยเป็นหลัก ซึ่งการกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ของบริษัทฯ มีดังนี้
    1. โครงการของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพในการรองรับการขยายตัวของชุมชน มีระบบการคมนาคมที่สะดวกและระบบขนส่งมวลชนสมัยใหม่ เป็นต้น
    2. โครงการของบริษัทฯ มีหลายแบบเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า เช่น อาคารชุดพักอาศัย บ้านเดี่ยวพร้อมอยู่
    3. โครงการของบริษัทฯ เน้นการออกแบบที่ทันสมัยและพื้นที่เหมาะสมแก่การใช้สอยในชีวิตประจำวัน และวัสดุการสร้างที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานในการก่อสร้าง จึงเป็นที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายเก่าและความเชื่อถือจากลูกค้ารายใหม่ ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทฯ อีกทางหนึ่ง
    4. บริษัทจะคำนึงถึงต้นทุน ราคาที่สมเหตุสมผล และสามารถแข่งขันได้
    5. โครงการบ้านเดี่ยวมีกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มนักธุรกิจ นักบริหาร เจ้าของธุรกิจ พ่อค้า ข้าราชการ ที่มีความต้องการซื้อบ้านเพื่อ พักอาศัยโดยเน้นความสะดวกสบาย ต้องการความสงบ ปลอดภัย และร่มรื่นด้วยธรรมชาติในการอยู่อาศัย มีรายได้ระดับปานกลางถึงสูง
    6. โครงการคอนโดมิเนียมกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มนักศึกษา พนักงานออฟฟิต ต้องการที่จะอาศัยอยู่ในเขตเมือง โดยเน้นความทันสมัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง มีรายได้ระดับปานกลางถึงสูง
    2. ภาพรวมการดำเนินงาน
    ภาพรวมการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก และขยายการดำเนินงานไปยังธุรกิจโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยดำเนินการบริษัทฯ และบริษัทย่อย ซึ่งสามารถแบ่งการดำเนินธุรกิจหลัก 2 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้
    2.1 ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
    1.1 ธุรกิจจัดสรรที่ดินและสร้างบ้านเพื่อขาย
    1.2 ธุรกิจอาคารชุดเพื่อขาย
    1.3 ธุรกิจรับบริหารโครงการ
    นโยบายสำคัญของบริษัทฯ ในการพัฒนาโครงการแต่ละโครงการมีดังต่อไปนี้
    การให้ความสำคัญในมาตรฐานการก่อสร้างที่มีคุณภาพสูง
    การใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพที่ดีและเหมาะสม
    การออกแบบที่ทันสมัย ด้านสถาปัตยกรรม เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยและความสวยงาม
    การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความเป็นธรรมชาติในแต่ละโครงการ
    การเลือกทำเลที่ตั้งแต่ละโครงการโดยคำนึงถึงความสะดวกในการคมนาคมของผู้อยู่อาศัยเป็นสำคัญ
    การกำหนดราคาขายอย่างสมเหตุสมผล และเป็นธรรม
    การให้บริการหลังการขายที่มีคุณภาพ เช่น การบริการด้านความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นในโครงการ
    2.2 ธุรกิจโรงพยาบาล
    ดำเนินการบริหารงานโดย บริษัท มาย ฮอสพิทอล จำกัด (“MY HOSPITAL”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 ประกอบกิจการการลงทุนและมีการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจการรักษาพยาบาล จัดตั้งในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนรวม 510 ล้านบาท โดยปัจจุบัน บริษัท มาย ฮอสพิทอล จำกัด ได้เข้าลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลโดยมีบริษัทย่อย จำนวน 5 บริษัท
    อย่างไรก็ตาม การเข้าลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาล เป็นการปฏิบัติตามนโยบายของกลุ่มบริษัทที่จะเพิ่มขอบข่ายการดำเนินธุรกิจเข้าไปยังธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งนับเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ และแหล่งรายได้แห่งใหม่เพิ่มเติมจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก
    นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
    บริษัทได้ตระหนัก และคำนึงถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแล กิจการที่ดี และระเบียบปฏิบัติของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาเป็นปัจจัยหลักในการเสริมสร้างองค์กรให้มีระบบการ บริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และเป็นพื้นฐานของการเติบโตทางธุรกิจบริษัทฯ โดยสรุปสาระสำคัญของการปฎิบัติตามหลักการกำกับดูแล กิจการที่ดีแบ่งเป็น 5 หมวด มีดังนี้
    สิทธิของผู้ถือหุ้น
    บริษัทให้ความสำคัญในสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ โดยได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ในปี2556 บริษัทได้ ดำเนินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 25 เมษายน 2556 โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุม 6 คน
    ในการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง บริษัทมอบให้ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัท เป็นผู้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมที่มีรายละเอียดวาระการประชุม / ความเห็นของคณะกรรมการ / รายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมามีรายละเอียด ครบถ้วน/ รายงานประจำปีพร้อมทั้งเอกสารประกอบการประชุม/ เอกสารที่ต้องใช้ในการมอบฉันทะ และระบุวิธีการไว้ชัดเจน โดยจัดส่งแก่ผู้ ถือหุ้นก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า 14 วัน และได้ประกาศลงในหนังสือพิมพ์รายวันติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วัน และก่อนวันประชุมไม่น้อย กว่า 3 วัน เพื่อบอกกล่าวผู้ถือหุ้นล่วงหน้าในเวลาที่เพียงพอสำหรับเตรียมตัวศึกษาข้อมูลก่อนมาเข้าร่วมประชุม โดยจัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นทุก รายที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น บริษัทได้แจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2556 ผ่านทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายหลังจากการ ประชุมดังกล่าว โดยเป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
    บริษัทให้ความสำคัญในการประชุมผู้ถือหุ้น โดยได้กำหนดนโยบายให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติด้วยความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด ต่อผู้ถือ หุ้นทุกๆราย รวมทั้งปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นประกอบด้วยวาระการประชุม จะส่งให้ผู้ถือหุ้นทั้งในและต่างประเทศล่วงหน้า และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความเห็น และตั้งคำถามใดๆ อย่างเท่าเทียมกันในที่ประชุมตาม ระเบียบวาระการประชุมในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2556 บริษัทให้สิทธิผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมให้เป็นกรรมการของบริษัท เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทคนใหม่ แทนกรรมการบริษัทเดิมจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ นางสาววนิดา มัชฉิมานนท์ และ นายนพดล อนุรักษ์ชัยวิทย์ ซึ่งครบวาระในการดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ไม่มีผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอชื่อ บุคคลอื่นใดเพื่อเข้าสู่การพิจารณาดังกล่าว

    ดังนั้น ประธานในที่ประชุมจึงเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้งกรรมการเดิม 2 ท่านที่ครบวาระดำรงตำแหน่งดังกล่าว กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทอีกวาระหนึ่ง โดยที่ประชุมได้มีมติอนุมัติตามที่ประธานในที่ประชุมได้นำเสนอ คณะกรรมการกำหนดนโยบายไม่ให้ใช้ข้อมูลที่ได้จากการเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานในการหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือทำธุรกิจแข่งขันกับบริษัทหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนในการซื้อขายหุ้นของบริษัทในช่วง 1 เดือนก่อนงบการเงินเผยแพร่และ 2 วันหลังเปิดเผยงบการเงิน โดยระหว่างปีที่ผ่านมากรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้ปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด
    บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
    บริษัทให้ความสำคัญในสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ โดยได้กำหนดนโยบายให้ฝ่ายบริหารวางระบบการบริหารและจัดการต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ทุกฝ่ายด้วยความเสมอภาค เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ อันจะเป็นการสร้างความมั่งคงในการดำเนินกิจการให้แก่บริษัทฯ ในระยะยาว นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการตรวจสอบรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดให้การทำรายการระหว่างกันเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ อย่างเคร่งครัด สำหรับคู่แข่งทางการค้า บริษัทปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า โดยไม่ละเมิดความลับหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่แข่งด้วยวิธีฉ้อฉลโดยในปีที่ผ่านมาบริษัทไม่มีข้อพิพาทใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่แข่งทางการค้า
    การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
    บริษัทฯ ได้เปิดเผยข้อมูลและจัดส่งข้อมูลตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการ กลต.ข้อมูลที่เปิดเผยในปัจจุบัน ได้แก่ งบการเงิน แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี(56-1)มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ข่าวและข้อมูลของบริษัท ฯลฯ ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัท ได้ดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อรับผิดชอบโดยตรงในการเปิดเผยข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนทั่วไป ผู้ถือหุ้น และนักวิเคราะห์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐฯที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา ทั้งนี้ในขั้นเริ่มต้นบริษัทฯ จะเผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญผ่านสื่อของตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ www.everland.co.th ของบริษัท
    ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    บริษัทได้ดำเนินการแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย กรรมการอิสระที่ไม่เป็นผู้บริหาร 4 คน และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 5 คน พร้อมทั้งกำหนด หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการอย่างชัดเจน นอกจากนั้นแล้วบริษัทได้มีการดำเนินการเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้สามารถแสดงความเห็นอย่างอิสระ ปราศจากการชี้นำ ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ทั้งนี้ หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

    คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่พิจารณากำหนดค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหาร โดยค่าตอบแทนกรรมการและกรรมการตรวจสอบเป็นไปตามมติที่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้รายละเอียดค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร ได้เปิดเผยข้อมูลไว้ในหัวข้อการจัดการ เรื่องค่าตอบแทนผู้บริหารข้างต้นแล้ว ตามข้อบังคับของบริษัท กำหนดให้ต้องมีการประชุมคณะกรรมการของบริษัท เป็นจำนวน อย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง ทั้งนี้ในการประชุมแต่ละครั้งในระหว่างปี 2556 ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารจัดการ จะเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน เสนอเรื่อง ให้ข้อมูลและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ รับทราบนโยบายและการตัดสินใจของคณะกรรมการ เพื่อให้สามารถนำนโยบายและแผนงานต่างๆ ไปดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพได้โดยเร็ว

    คณะกรรมการบริษัทได้ กำหนดให้จัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทยโดยได้เลือกนโยบายบัญชีที่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งยึดหลักความระมัดระวังและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
    คณะกรรมการชุดย่อย
    โครงสร้างกรรมการบริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริหาร
    ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯตามข้อบังคับของบริษัท
    1. จัดการบริษัท ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติของที่ประชุม ผู้ถือหุ้น
    2. กำหนดเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นได้เป็นครั้งคราว เมื่อเหน็ วา่ บรษิ ทั มีผลกาํ ไรสมควรพอที่จะทำเชน่ นั้น และรายงานให้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมคราวต่อไป
    3. กำหนดจ่ายบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ตอบแทนในลักษณะอื่นแก่พนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัท หรือบุคคลใดที่ทำงานให้ บริษัท โดยทำเป็นประจำหรือไม่ประจำก็ได้
    4. ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการประชุมคณะกรรมการ ซึ่งสถานที่ที่ประชุมนั้นอาจกำหนดเป็นอย่างอื่นนอกเหนือไปจากท้องที่อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท
    5. ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงจนเหลือน้อยกว่าจำนวนที่จะเป็นองค์ประชุม ให้กรรมการที่เหลืออยู่สามารถกระทำการในนาม ของคณะกรรมการได้ แต่เป็นเฉพาะการจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างทั้งหมดเท่านั้น และให้กระทำ ภายใน 1 เดือน นับจากวันที่จำนวนกรรมการว่างลง
    6. มอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนหรือบุคคลอื่นใดปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งแทนคณะกรรมการ
    7. แต่งตั้ง กรรมการจำนวนหนึ่งตามที่เห็นสมควรให้เป็นคณะกรรมการบริหาร โดยให้มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการของบริษัท ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และในจำนวนนี้ ให้แต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการบริหาร
    8. คณะกรรมการมีอำนาจที่จะเชิญบุคคลหนึ่งบุคคลใดมาเป็นที่ปรึกษา เพื่อช่วยเหลือให้ความคิดเห็นในกิจการงานของบริษัทแก่ คณะกรรมการ ตามที่เห็นสมควรได้ จัดให้มีและเรียกประชุมผู้ถือหุ้น จัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการ และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
    9. จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี ภายใน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีบริษัท จัดหนังสือนัดประชุม พร้อมด้วย รายละเอียด และจัดส่งให้แก่ผู้ถือหุ้น
    10. จัดให้มีการทำบัญชีงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน ณ วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัท เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี เพื่อ พิจารณาอนุมัติ
    อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
    1. สอบทานสอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
    2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal control) และระบบการตรวจสอบภายใน (Internal audit) ที่เหมาะสม และมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย เลิก จ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
    3. สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนของบุคคล ดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาด หลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
    6.
    จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธาน คณะกรรมการตรวจสอบและต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    (ก) ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
    (ข) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
    (ค) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    (ง) ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    (จ) ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    (ฉ) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่านความเห็นหรือข้อสังเกต โดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (charter) 299
    (ช) รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการบริษัท
    7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
    อำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ
    1. รับผิดชอบในการบริหารงานทั้งปวงของบริษัทตามนโยบายของคณะกรรมการบริษัท
    2. สร้างวิสัยทัศน์และกำหนดพันธกิจ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานและพัฒนาองค์กรในระยะยาว
    3. รับผิดชอบผลประกอบการทางธุรกิจและพัฒนาธุรกิจให้ครบวงจร เพื่อให้ได้ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ในอัตราที่เหมาะสม เทียบได้กับธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันในระยะยาว
    4. พัฒนาบริษัทให้ประกอบธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ปฏิบัติตามกฎหมาย ศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม
    5. พัฒนาองค์กรและบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเต็มศักยภาพ สร้างวัฒนธรรมองค์กร จรรยาบรรณ วิชาชีพ
    ทั้งนี้ อำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการข้างต้น ไม่รวมถึงการอนุมัติรายการระหว่างบริษัทกับตนเอง หรือบุคคลที่อาจมีความ ขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือบุคคลที่ส่วนได้ส่วนเสีย อำนาจการอนุมัติรายการต้องปฎิบัติตาม หลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัท กฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ของบริษัท
    การสรรหากรรมการและผู้บริหาร
    (ก) การเลือกตั้งกรรมการของบริษัทฯ จะต้องให้กระทำโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
    - ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
    - ในการเลือกกรรมการ อาจใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนเลือกกรรมการเป็นรายบุคคลคราวละคนหรือคราวละหลาย ๆ คน ตามแต่ที่ ประชุมผู้ถือหุ้นจะเห็นสมควร แต่ในการลงมติแต่ละครั้งผู้ถือหุ้นต้องออกเสียงด้วยคะแนนที่มีตามข้อ 1 ทั้งหมด จะแบ่งคะแนนเสียงแก่คนใด มากน้อยเพียงใดไม่ได้
    (ข) ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งหนึ่งในสามเป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรง เป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม กรรมการผู้ออกจากตำแหน่งตามข้อนี้ จะเลือกตั้งให้เข้ารับตำแหน่งอีกก็ได้ กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรกและปีที่สอง ภายหลังจากการเลือกกรรมการใหม่หลังศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟู กิจการแล้วให้จับสลากกันว่าผู้ใดจะออก ส่วนปีหลัง ๆ ต่อไป ให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้นเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง
    (ค) บริษัทมีกรรมการจำนวน 9 ท่าน ประกอบด้วย กรรมการที่แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกจำนวน 4 ท่าน และกรรมการที่มาจากผู้ถือ หุ้นรายใหญ่ และ/หรือฝ่ายบริหารจำนวน 5 ท่าน กรรมการที่มาจากภายนอก 1. นายกำธร อุดมฤทธิรุจ 2. นางสาววนดิ า มัชฉมิ านนท 3. นางสุภัทรา เชื้อรอต 4. นางสาวสรรสิริ ชัยเจริญพัฒน์
    กรรมการที่มาจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และ/หรือฝ่ายบริหาร
    1. นายขุมทรัพย์ โลจายะ
    2. นายสวิจักร์ โลจายะ
    3. นายประเดช กิตติอิสรานนท์
    4. นายนพดล อนุรักษ์ชัยวิทย์
    5. นายอภิชัย โภชกปริภัณฑ์
    การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อย
    ในปี 2556 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 มีมติแต่งตั้งนายขุมทรัพย์ โลจายะ เข้าดำรง ตำแหน่งกรรมการของบริษัท มายรีสอร์ท โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท เดอะ วิลล่า (หัวหิน) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เกิดจากการดำเนินการเข้า ลงทุนซื้อหุ้นจำนวน 99.99% จากผู้ถือหุ้นรายเดิมของบริษัท มายรีสอร์ท โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท เดอะ วิลล่า (หัวหิน) จำกัด ตามมติอนุมัติ จากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2556 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2556
    คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายในการการดำเนินการแต่งตั้งบุคคล เพื่อเป็นตัวแทนของบริษัทเข้าไปเป็นกรรมการของบริษัทย่อย เพื่อ มีหน้าที่ดำเนินการควบคุมดูแลการจัดการและรับผิดชอบการดำเนินงานของบริษัทย่อย ตลอดจนควบคุมหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัทย่อยนั้นๆ โดยมีขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการควบคุมและมี ส่วนร่วมในการกำกับดูแลข้อมูลทางการเงิน การดูแลให้บริษัทย่อยมีข้อบังคับในเรื่องการทำรายการที่เกี่ยวโยง หรือรายการระหว่างกันกับ บุคคลที่เกี่ยวโยง การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ หรือการทำรายการอื่นใดให้ครบถ้วนถูกต้อง มีการจัดเก็บข้อมูล และการบันทึกบัญชีให้ บริษัทสามารถตรวจสอบได้ครบถ้วน ถูกต้อง โดยใช้หลักเกณฑ์ที่สอดคล้องในลักษณะเดียวกันกับของบริษัท และเป็นไปตามข้อกำหนดของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    ทั้งนี้ การเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งบุคคลเพื่อเข้าเป็นกรรมการในบริษัทย่อย ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ บริษัท
    การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน
    บริษัทฯ มีนโยบายดูแลผู้บริหารและพนักงาน ในการนำข้อมูลภายในของบริษัทฯไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนรวมทั้งเพื่อการซื้อขาย หลักทรัพย์ โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบการเงินเผยแพร่ต่อสาธารณชนและได้แจ้งให้ผู้บริหารทราบถึงภาระหน้าที่ในการรายงานการถือ หลักทรัพย์ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้บริษัทได้ประกาศข้อพึงปฏิบัติให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานเพื่อยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ให้ประสบผลสำเร็จตามแนวทางของบริษัทฯ ด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต และ เป็นธรรม
    นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีบทลงโทษทางวินัยต่อผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ที่กระทำการฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับหรือประกาศ ของบริษัทฯ ซึ่งระบุไว้ในระเบียบข้อบังคับในการปฏิบัติงานของพนักงาน
    ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี
    1. ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี (audit fee)
    บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชี ให้แก่ บริษัท พีวี ออดิท จำกัด ในรอบปี 2556 เป็นจำนวนเงินรวม 1,405,000 บาท
    2. ค่าบริการอื่น (non-audit fee)
    บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด จ่ายค่าตอบแทนของงานบริการอื่น ได้แก่ การจัดทำข้อมูลทางการเงินประหนึ่งทำใหม่ ให้แก่ บริษัท พีวี ออดิท จำกัด ในรอบปี 2556 เป็นจำนวนเงินรวม 100,000 บาท หมายเหตุ: ในปี 2556 บริษัท เอเอ็นเอส ออดิท จำกัด ผู้สอบบัญชีของบริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) ได้ปรับปรุงโครงสร้าง การดำเนินกิจการของสำนักงาน โดยตั้งบริษัทตรวจสอบบัญชีใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งบริษัท ชื่อ บริษัท พีวี ออดิท จำกัด และได้ทำการโอนงาน ตรวจสอบบัญชีประจำปี 2556 ของบริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยไปยังบริษัท พีวี ออดิท จำกัด โดยบริษัท พีวี ออดิท จำกัด ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
    Board Committees
    The structure of the directors of Everland (Public) Co. Ltd. comprises of the board of directors, audit committee and management executives.
    The Scope of Authority of the company's board of directors according to the company's rules:
    1. Specify the interim dividend to the shareholders occasionally when the company has gained sufficient profit and also inform the next shareholders' meeting.
    2. Specify the interim dividend to the shareholders occasionally when the company has gained sufficient profit and also inform the next shareholders' meeting.
    3. Specify to reward or other types of requite benefits to staff or employees of the company or any individual who works for the company, which can either be done regularly or occasionally.
    4. The Chairman of the board or the director who has been assigned by the chairman of the board will fix the date, time and the location for the board of directors' meeting. The location of the meeting could be somewhere else aside from the company's main office.
    5. In the case the directors position are vacant which results in fewer numbers to form a quorum, the remaining directors can act in the name of the board of directors but only for organizing a shareholders' meeting to vote for directors to replace all vacant positions, and it must be done within 1 month from the date that the directors were vacant.
    6. Assign one director or many directors or other individuals to act one way or the other on behalf of the board of directors.
    7. Appoint a number of directors according to suitability to become the executive board by giving the authority to control and supervise the company's business according to matters that the directors have assigned, and from this number, appoint one director to be the president.
    8. The board of directors has the authority, according to the suitability, to invite a person to be a consultant in giving opinions to the board of directors regarding the company's business, and arrange for shareholders' meeting, prepare board of directors' meeting report and shareholders' meeting report.
    9. Arrange the Annual General Meeting of shareholders within 4 months from the last date of company's accounting year, arrange the invitation to the meeting together with details and deliver to the shareholders.
    10. Prepare balance sheet account and profit and loss account on the last date of company's accounting year and propose at the Annual general meeting of shareholders for approval.
    Authority and Functions of Audit Committee
    1. Verify for the company that the financial report is sufficient and correct.
    2. Verify that the company has suitable Internal control and Internal audit with efficiency and consider the independence of the Internal control sector and approve the appointment, dismissal and lay off the head of the Internal audit sector or any other sectors that are responsible for Internal audits.
    3. Verify that the company acts according to the laws of stock and the Stock Exchange, conditions set by the Stock Exchange and laws regarding the company's business.
    4. Consider, select and propose to appoint an individual who is independent to act as the company's auditor and propose the remuneration of the mentioned person, also attend a meeting with the auditor without the management division at least once a year.
    5. Consider matters that are connected or matters that could have a conflict of interest to conform to the law and conditions of the Stock Exchange ensuring that the mentioned matters are reasonable and are of the highest benefit for the company.
    6.
    Prepare a report of the audit committee and enclose it in the company's annual report. The mentioned report must be signed by the president of audit committee and must be comprised of the following information:
    (a) Opinion about accuracy, completeness and reliability of the company's financial report.
    (b) Opinion regarding sufficiency of company's internal control.
    (c) Opinion regarding acting according to the rules of stock and Stock Exchange, conditions of the Stock Exchange or rules regarding the company's business.
    (d) Opinion regarding the suitability of the auditor.
    (e) Opinion regarding matters that could be a conflict of interests.
    (f) Number of audit committee's meetings and attendance of the meeting of each audit committee member, overall opinions and remarks that the audit committee has received from performing their duties according to charter 299.
    (g) Other matters that the shareholders and general investors should be informed under the scope of duty and responsibility that was assigned by the company's board of directors.
    7. Other duties that the company's board of directors has assigned with the approval from the audit committee.
    Authority and Duties of the Managing Director
    1. Be responsible for all the work of the company according to the policy of the company's board of directors.
    2. Create vision and specify obligations to determine the path of operating and developing the organization on a long-term basis.
    3. Be responsible for the company's turnover and develop the business completely in the long run to get suitable economic rate of return, which can be compared to businesses in the same industry.
    4. Develop the company to do business with morality, act according to the rules, ethics and good culture.
    5. Develop the organization and personnel to be knowledgeable with full potentiality, create an organizational culture and professional ethics.
    However, the mentioned authority and duties of the managing director do not include approving matters between the company and himself or an individual that could have a conflict of interests or stakeholders. The authority in approving matters must be acted according to the company's corporate governance, rules of stock and Stock Exchange, conditions of The Stock Exchange of Thailand and also the rules and regulations that are concerned with the company's business.